บทความ

คดีเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ

07/10/2021
9448

Highlight


  • การวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็นคดีประเภทหนึ่งซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ
  • “องค์กรตามรัฐธรรมนูญ” ที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีประเภทนี้ จำกัดเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และองค์กรอิสระ
  • ศาลรัฐธรรมนูญจะรับพิจารณาเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น โดยอาจเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญองค์กรเดียว หรือเป็นการโต้แย้งหน้าที่และอำนาจระหว่างองค์กรก็ได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง


  • รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2)
  • พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (2) และมาตรา 44

 

           รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่เกี่ยวพันกับรัฐใน 2 มิติ มิติแรกพูดถึงการจัดโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ส่วนอีกมิติหนึ่งจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน กล่าวเฉพาะมิติแรกคือในส่วนที่เกี่ยวกับโครงสร้างของรัฐ รัฐธรรมนูญจะกำหนดว่ารัฐ ๆ นั้นเป็นรัฐเดี่ยวหรือสหพันธรัฐ ประมุขของรัฐจะเป็นพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดี การปกครองจะเป็นระบอบประชาธิปไตยหรือระบอบอื่น ตลอดจนพูดถึงองค์กรของรัฐในระดับรัฐธรรมนูญว่าจะมีกี่องค์กร อะไรบ้าง และองค์กรเหล่านั้นจะมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างไร

           หากใครได้อ่านรัฐธรรมนูญของไทยฉบับปัจจุบันจะพบว่ามีการพูดถึงองค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กร ได้แก่ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ โดยทั่วไปรัฐธรรมนูญจะกำหนดโครงสร้างหรือองค์ประกอบ รวมถึงหน้าที่และอำนาจองค์กรเหล่านี้ว่ามีอะไรบ้าง กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือเป็นความขัดแย้งเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจระหว่างองค์กร ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ที่มีอำนาจเข้ามาชี้ขาด

           อย่างไรก็ดี ปัญหาที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจวินิจฉัย ต้องเป็นปัญหาของ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และองค์กรอิสระอีก 5 องค์กร คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) รวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เท่านั้น ศาลทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร ตลอดจนองค์กรอัยการ แม้เป็นองค์กรที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจแก่ศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยปัญหาขององค์กรเหล่านี้

           สำหรับผู้ที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีประเภทนี้ สามารถแยกได้เป็น 2 กรณี

           1) กรณีที่เป็นปัญหาโต้แย้งในเรื่องหน้าที่และอำนาจระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กร ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ได้แก่ องค์กรซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาที่โต้แย้งกัน เช่น ถ้าเป็นการโต้แย้งระหว่างรัฐสภากับคณะรัฐมนตรี ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือ รัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรี นั่นเอง

           2) กรณีที่เป็นปัญหาหน้าที่และอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญองค์กรเดียว ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญก็คือองค์กรที่มีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจเกิดขึ้นกับตน ซึ่งกรณีนี้เคยมีคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว โดยเป็นปัญหาเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภา

           คดีดังกล่าวปรากฏในคำวินิจฉัยที่ 4/2564 สืบเนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้เพิ่มหมวดว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา ทำให้เกิดข้อถกเถียงในหมู่สมาชิกรัฐสภาว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หรือมีอำนาจเฉพาะการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่แบบรายมาตราเท่านั้น ซึ่งปรากฏว่าในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ประชุมเห็นว่ามีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจเกิดขึ้น จึงมีมติโดยเสียงข้างมากให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

           คดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของประธานรัฐสภาไว้พิจารณา และมีคำวินิจฉัยในท้ายที่สุดว่า รัฐสภาสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนลงประชามติก่อนว่าต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพราะประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ก็ต้องให้ประชาชนลงประชามติอีกครั้งว่าจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งจะเห็นได้ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีนี้ช่วยสร้างความชัดเจนในเรื่องหน้าที่และอำนาจให้แก่รัฐสภา ทำให้รัฐสภาสามารถเดินหน้าแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อไปได้ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

           อนึ่ง ปัญหาหน้าที่และอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญที่จะส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ต้องเป็น ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว หากเป็นปัญหาที่ยังไม่เกิดขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญย่อมไม่อาจรับปัญหาดังกล่าวไว้พิจารณา เพราะศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรตุลาการซึ่งทำหน้าที่ในการวินิจฉัยปัญหาหรือข้อพิพาททางกฎหมายที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น หากศาลรัฐธรรมนูญรับปัญหาที่ยังไม่เกิดขึ้นไว้พิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญก็จะไม่ใช่ศาลอีกต่อไป แต่จะกลายสภาพเป็นผู้รับตีความรัฐธรรมนูญหรือให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่คุณลักษณะและภารกิจของศาลรัฐธรรมนูญในฐานะองค์กรตุลาการ

 

More Information




Back to top